ความรู้สุขภาพ
เบื่ออาหารเกิดจากอะไร แบบไหนรอได้ แบบไหนควรไปพบแพทย์
คำตอบสั้น ๆ
สาเหตุที่พบบ่อยของอาการเบื่ออาหาร ตั้งแต่การนอน ความเครียด และยาบางกลุ่ม พร้อมสัญญาณที่บอกว่าควรไปพบแพทย์ ไม่ใช่รอให้หายเอง

“กินไม่ลง” “เห็นข้าวแล้วไม่อยากกิน” เป็นอาการที่คนรอบตัวมักมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนที่พยายามเพิ่มน้ำหนัก มันคืออุปสรรคอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะวางแผนมื้ออาหารไว้ดีแค่ไหน ถ้ากินไม่ลงตั้งแต่คำแรกก็จบตั้งแต่ต้น บทความนี้แยกสาเหตุออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ปรับเองได้ กับกลุ่มที่ต้องให้แพทย์ตรวจ
เบื่ออาหารคืออะไรกันแน่
ความอยากอาหารถูกควบคุมด้วยระบบที่ซับซ้อนกว่าที่คิด มีทั้งฮอร์โมนจากกระเพาะอย่างเกรลินที่กระตุ้นความหิว ฮอร์โมนจากลำไส้ที่ส่งสัญญาณอิ่ม สัญญาณจากระดับน้ำตาลในเลือด และการตัดสินใจของสมองส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งถูกรบกวน ความอยากอาหารก็ลดลงได้ทั้งที่ร่างกายยังต้องการพลังงานอยู่
จุดสำคัญคือ เบื่ออาหารเป็น “อาการ” ไม่ใช่ “โรค” การแก้จึงต้องย้อนไปหาว่าอะไรเป็นตัวรบกวน ไม่ใช่พยายามฝืนกินให้มากขึ้นอย่างเดียว
กลุ่มที่ 1 สาเหตุจากการใช้ชีวิต ที่ปรับเองได้
1. นอนไม่พอหรือนอนไม่เป็นเวลา
การอดนอนรบกวนฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่มโดยตรง คนที่นอนดึกและตื่นสาย มักข้ามมื้อเช้าไปโดยอัตโนมัติ แล้วความหิวจะเลื่อนไปอยู่ช่วงดึกแทน ผลคือจำนวนมื้อในหนึ่งวันหายไปหนึ่งมื้อโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก
2. ความเครียดเรื้อรัง
ความเครียดมีผลกับความอยากอาหารได้สองทางตรงข้ามกัน บางคนกินมากขึ้น บางคนกินไม่ลงเลย ทั้งสองแบบเป็นการตอบสนองปกติของร่างกาย ถ้าคุณเป็นแบบหลังและอาการสัมพันธ์กับช่วงที่งานหนักหรือมีเรื่องกังวล นั่นคือเบาะแสที่ชัดเจน
3. รูปแบบมื้ออาหารที่รบกวนความหิว
หลายคนเบื่ออาหารเพราะจังหวะการกิน ไม่ใช่เพราะร่างกายผิดปกติ ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ ดื่มน้ำหวานหรือกาแฟใส่นมระหว่างวันจนอิ่มเทียม กินของว่างใกล้มื้อหลักเกินไป หรือกินมื้อใหญ่มากหนึ่งมื้อจนมื้อถัดไปไม่หิว
4. ยาบางกลุ่ม
ยาที่ใช้กันทั่วไปหลายกลุ่มมีผลข้างเคียงเป็นความอยากอาหารลดลง เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิด ยาแก้ปวดกลุ่มหนึ่ง ยาที่ใช้ในโรคทางจิตเวชบางตัว และยาที่ใช้รักษาสมาธิสั้น ถ้าอาการเบื่ออาหารเริ่มขึ้นหลังเริ่มยาใหม่หรือปรับขนาดยา ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร
กลุ่มที่ 2 สัญญาณที่ต้องให้แพทย์ตรวจ
ข้อต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องที่ปรับพฤติกรรมแล้วหาย และไม่ใช่เรื่องที่อาหารเสริมช่วยได้ ถ้าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
- เบื่ออาหารต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์โดยไม่มีท่าทีดีขึ้น
- น้ำหนักลดลงเองโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะถ้าลดเกิน 5% ของน้ำหนักตัวภายในหกเดือน
- มีอาการร่วม เช่น กลืนลำบาก เจ็บเวลากลืน ปวดท้องเรื้อรัง อาเจียน หรือถ่ายผิดปกติ
- มีไข้เรื้อรัง เหงื่อออกตอนกลางคืน หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- รู้สึกเศร้า หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ ร่วมกับกินไม่ลง
- ผู้สูงอายุที่เบื่ออาหารร่วมกับน้ำหนักลด ควรได้รับการตรวจเสมอ ไม่ควรเหมาว่าเป็นเรื่องของวัย
การไปพบแพทย์ในกรณีเหล่านี้ไม่ใช่การตื่นตูม ภาวะหลายอย่างที่ทำให้เบื่ออาหารรักษาได้ดีมากเมื่อเจอเร็ว และอาการเบื่ออาหารมักเป็นสัญญาณแรกที่ปรากฏ
สิ่งที่ทำได้ระหว่างรอ ถ้าไม่เข้าข่ายกลุ่มที่ 2
- 1จดสิ่งที่กินจริงสามวัน รวมเครื่องดื่มทุกแก้ว จะเห็นทันทีว่าอิ่มเทียมจากอะไร
- 2เปลี่ยนจากมื้อใหญ่สามมื้อ เป็นมื้อเล็กห้าถึงหกมื้อ คนที่กินไม่ลงมักทำแบบนี้ได้ง่ายกว่า
- 3เลือกอาหารที่ให้พลังงานสูงต่อคำ เช่น ไข่ ถั่ว นม โยเกิร์ต อะโวคาโด แทนอาหารที่กินแล้วอิ่มเร็วแต่พลังงานต่ำ
- 4ไม่ดื่มน้ำปริมาณมากก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพราะทำให้อิ่มก่อนเริ่มกิน
- 5จัดเวลานอนให้คงที่ ข้อนี้ให้ผลช้ากว่าข้ออื่นแต่เป็นข้อที่เปลี่ยนรากของปัญหา
ทีมงานให้ข้อมูลตามฉลากและดูแลเรื่องการสั่งซื้อได้ค่ะ แต่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ จึงให้คำวินิจฉัยไม่ได้ หากมีโรคประจำตัว รับประทานยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนค่ะ
แหล่งอ้างอิง
- 1.Malnutrition — ข้อมูลภาวะทุพโภชนาการ — องค์การอนามัยโลก (WHO)
- 2.ข้อมูลสุขภาพและคำแนะนำสำหรับประชาชน — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
- 3.ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย — สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข