ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
The NaMulti Xtra Plus

คู่มือผู้บริโภค

อาหารเสริมเพิ่มน้ำหนัก เลือกยังไงให้ปลอดภัย + วิธีตรวจเลข อย. ด้วยตัวเอง

วิธีเลือกอาหารเสริมเพิ่มน้ำหนักให้ปลอดภัย พร้อมขั้นตอนเช็คเลข อย. 13 หลักด้วยตัวเองบนเว็บไซต์ อย. และสัญญาณอันตรายของสินค้าที่ลักลอบผสมสเตียรอยด์ซึ่งต้องเลี่ยง

เขียนโดย ทีมงานดูแลลูกค้า multixtraplus.comทีมงานที่ดูแลลูกค้ากลุ่มนี้มาเกือบ 10 ปีอ่าน 9 นาที

คนที่อยากเพิ่มน้ำหนักมักเจอโฆษณาแบบเดียวกันซ้ำๆ คือ “อ้วนใน 7 วัน” “กินแล้วหุ่นเปลี่ยนแน่นอน” พร้อมรูปก่อน–หลังชุดใหญ่ ปัญหาคือกลุ่มสินค้าเพิ่มน้ำหนักเป็นกลุ่มที่มีการลักลอบผสมยาบ่อยที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะการทำให้คน “อ้วนเร็ว” ด้วยวิธีทางยานั้นทำได้จริง แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงที่ผู้ซื้อไม่รู้ตัว บทความนี้เป็นคู่มือให้คุณคัดกรองสินค้าด้วยตัวเองได้ ตั้งแต่การอ่านฉลาก การตรวจเลข อย. ไปจนถึงคำถามที่ควรถามคนขายก่อนโอนเงิน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคืออะไรในทางกฎหมายไทย

ในประเทศไทย “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” ถูกจัดเป็นอาหารประเภทหนึ่งภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร ไม่ใช่ยา หน้าที่ตามนิยามของมันคือใช้รับประทานเพิ่มเติมจากอาหารปกติ เพื่อเสริมสารอาหารบางอย่างที่อาจได้รับไม่พอเท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาโรค

ผลที่ตามมาคือข้อห้ามที่ชัดเจนมาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถโฆษณาในลักษณะว่าบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้ และไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ทางร่างกายแบบตายตัวได้ นอกจากนี้การโฆษณาคุณประโยชน์ของอาหารยังต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อนเผยแพร่ ซึ่งจะได้เลขที่ใบอนุญาตโฆษณาขึ้นต้นด้วย “ฆอ.” มาแสดงคู่กัน

ประเด็นสุดท้ายนี้สำคัญและคนเข้าใจผิดกันมาก การมีเลขสารบบอาหารไม่ได้แปลว่า อย. ตรวจแล้วว่าสินค้านั้น “ได้ผล” หรือ “กินแล้วอ้วนจริง” มันแปลเพียงว่าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้แจ้งรายละเอียดสูตร ส่วนประกอบ และสถานที่ผลิตไว้ในระบบ และผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยพื้นฐานของอาหารเท่านั้น

อ่านเลขสารบบอาหาร 13 หลักให้เป็น

ตัวเลขในกรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลากเรียกอย่างเป็นทางการว่า “เลขสารบบอาหาร” มี 13 หลัก พิมพ์แบ่งเป็น 5 กลุ่ม เช่น XX-X-XXXXX-X-XXXX แต่ละกลุ่มมีความหมายของมัน

  • กลุ่มที่ 1 (2 หลัก) — รหัสจังหวัดที่ตั้งของสถานที่ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • กลุ่มที่ 2 (1 หลัก) — บอกว่าเป็นสถานที่ผลิตในประเทศ หรือเป็นผู้นำเข้า
  • กลุ่มที่ 3 (5 หลัก) — เลขประจำสถานที่ผลิตหรือนำเข้ารายนั้น
  • กลุ่มที่ 4 (1 หลัก) — หน่วยงานที่อนุญาต ระหว่าง อย. ส่วนกลางหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  • กลุ่มที่ 5 (4 หลัก) — ลำดับที่ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสถานที่นั้น

ข้อสังเกตแรกที่ใช้ได้ทันทีโดยยังไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ คือถ้าตัวเลขบนฉลากไม่ครบ 13 หลัก หรือเป็นเลขที่ดูสั้นผิดปกติ หรือใช้คำว่า “อย. เลขที่...” แบบลอยๆ โดยไม่มีกรอบเครื่องหมายมาตรฐาน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน และอีกกรณีที่พบบ่อยคือผู้ขายเอาเลขของสินค้าตัวอื่นในโรงงานเดียวกันมาใช้ ซึ่งจะจับได้ก็ต่อเมื่อคุณเอาเลขไปค้นจริงเท่านั้น

วิธีเช็คเลข อย. ด้วยตัวเอง ทีละขั้น

อย. เปิดระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ประชาชนใช้ได้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที

  1. 1เปิดเว็บไซต์สืบค้นของ อย. ที่ https://porta.fda.moph.go.th/FDA_SEARCH_ALL/MAIN/SEARCH_CENTER_MAIN.aspx
  2. 2เลือกประเภทผลิตภัณฑ์เป็น “อาหาร” เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอยู่ในหมวดอาหาร ไม่ใช่หมวดยา
  3. 3กรอกเลขสารบบอาหาร 13 หลักที่อยู่ในกรอบ อย. บนฉลาก ให้ครบทุกหลักตามที่พิมพ์ไว้
  4. 4ถ้าไม่มีเลขในมือ ให้ลองค้นด้วยชื่อผลิตภัณฑ์หรือชื่อบริษัทผู้ผลิตแทน แล้วดูว่ามีรายการนั้นอยู่จริงหรือไม่
  5. 5ตรวจผลลัพธ์ทีละบรรทัด ชื่อผลิตภัณฑ์ในระบบต้องตรงกับชื่อบนกล่อง ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องตรงกัน และสถานะต้องยังเป็นใบอนุญาตที่ใช้ได้อยู่
  6. 6ถ้าค้นแล้วไม่พบข้อมูล หรือพบแต่ชื่อไม่ตรงกับสินค้าที่จะซื้อ ให้ถือว่าไม่ผ่าน และสอบถามเพิ่มได้ที่สายด่วน อย. 1556

สัญญาณอันตรายที่ต้องถอยทันที

1. สงสัยว่ามีสเตียรอยด์หรือไซโปรเฮปตาดีนผสมอยู่

นี่คือความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดของสินค้ากลุ่มเพิ่มน้ำหนัก ยาที่พบว่าถูกลักลอบใส่บ่อยมีสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น เดกซาเมทาโซน (dexamethasone) และเพรดนิโซโลน (prednisolone) กลุ่มที่สองคือไซโปรเฮปตาดีน (cyproheptadine) ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ที่มีผลข้างเคียงกระตุ้นความอยากอาหาร ทั้งสองกลุ่มเป็นยาที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร และการนำมาผสมในอาหารถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

สาเหตุที่มีคนทำก็เพราะมันได้ผลเร็วในสายตาผู้ซื้อ สเตียรอยด์ทำให้ร่างกายคั่งน้ำและเกลือแร่ น้ำหนักจึงขึ้นเร็วมากในไม่กี่สัปดาห์ พร้อมกับหน้ากลมบวมที่เรียกกันว่า moon face และไขมันสะสมผิดที่ ส่วนไซโปรเฮปตาดีนทำให้หิวจัดจนกินได้มากขึ้นผิดปกติ แต่สิ่งที่ผู้ซื้อไม่เห็นคือผลระยะยาว

  • สเตียรอยด์ที่ใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีข้อบ่งชี้ กดการทำงานของต่อมหมวกไต ทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเองไม่ได้ตามปกติ และเป็นอันตรายมากเมื่อหยุดกะทันหัน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารทะลุหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง กระดูกพรุน และต้อกระจก
  • กดภูมิคุ้มกัน ทำให้ติดเชื้อง่ายและอาการรุนแรงกว่าปกติ
  • ไซโปรเฮปตาดีนทำให้ง่วงซึม ปากแห้ง ใจสั่น และไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยต้อหิน หรือผู้ที่มีปัญหาต่อมลูกหมาก
  • น้ำหนักที่ได้ส่วนใหญ่เป็นน้ำและไขมัน ไม่ใช่มวลกล้ามเนื้อ และมักลดกลับเมื่อหยุดใช้

2. สัญญาณเตือนอื่นที่พบบ่อย

  • รับประกันผลลัพธ์เป็นตัวเลข เช่น “เพิ่ม 5 กิโลใน 10 วัน คืนเงินถ้าไม่ได้ผล” ซึ่งเป็นคำโฆษณาที่กฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว
  • ใช้รูปก่อน–หลังเป็นหลักฐานหลัก โดยไม่มีข้อมูลส่วนประกอบหรือปริมาณสารอาหารให้ดูเลย
  • ไม่มีเลข อย. บนฉลาก หรือมีแต่ค้นแล้วชื่อไม่ตรงกับสินค้า
  • ขายผ่านการทักแชทอย่างเดียว ไม่มีชื่อบริษัท ที่อยู่ หรือช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้
  • รีวิวห้าดาวล้วน ชื่อผู้ใช้คล้ายกันเป็นชุด และโพสต์เข้ามาพร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ
  • เร่งให้ตัดสินใจ เช่น เหลือล็อตสุดท้าย ราคานี้ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น
  • ฉลากเป็นภาษาต่างประเทศทั้งหมด ไม่มีฉลากภาษาไทยกำกับ ทั้งที่วางขายในไทย

ตารางเทียบ: สัญญาณอันตราย vs สัญญาณที่น่าไว้ใจ

หัวข้อที่ดูสัญญาณอันตรายสัญญาณที่น่าไว้ใจ
เลข อย.ไม่มีเลข เลขไม่ครบ 13 หลัก หรือค้นแล้วชื่อไม่ตรงกับสินค้ามีเลขสารบบอาหาร 13 หลัก ค้นในระบบ อย. แล้วชื่อสินค้าและผู้ผลิตตรงกัน
คำโฆษณารับประกันน้ำหนักขึ้นกี่กิโลในกี่วัน หรืออ้างว่ารักษาโรคได้บอกว่าเป็นตัวช่วยเสริมจากมื้ออาหาร ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล
ฉลากส่วนประกอบบอกแค่ชื่อสารรวมๆ ไม่มีปริมาณ หรือใช้คำว่า “สูตรลับเฉพาะ”ระบุส่วนประกอบครบพร้อมปริมาณต่อหน่วยบริโภค และมีข้อมูลโภชนาการ
ตัวตนผู้ผลิตไม่ระบุโรงงาน ไม่มีที่อยู่ ติดต่อได้ทางแชทช่องทางเดียวระบุชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจน มีช่องทางติดต่อเป็นทางการ
หลักฐานที่ใช้ขายรูปก่อน–หลัง และรีวิวห้าดาวล้วนที่โพสต์พร้อมกันเป็นชุดอธิบายว่าสารแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร และมีคำเตือนสำหรับกลุ่มที่ควรเลี่ยง
ความเร็วของผลอ้างว่าเห็นผลใน 3–7 วัน หน้าและตัวบวมขึ้นเร็วบอกตามจริงว่าการเพิ่มน้ำหนักต้องใช้เวลาเป็นเดือนและต้องคู่กับอาหารหลัก

แล้วควรมองหาอะไรแทน

สินค้าที่ทำถูกต้องมักดู “น่าตื่นเต้นน้อยกว่า” เสมอ เพราะเขาพูดได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต สิ่งที่ควรใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกมีไม่กี่ข้อ

  • ฉลากภาษาไทยครบถ้วน มีเลขสารบบอาหารที่ตรวจสอบแล้วตรงกับชื่อสินค้าจริง
  • แจ้งส่วนประกอบพร้อม “ปริมาณ” ไม่ใช่แค่รายชื่อสาร เพราะปริมาณคือสิ่งที่บอกว่าได้ผลหรือแค่ใส่พอเป็นพิธี
  • ระบุวันผลิต วันหมดอายุ เลขที่ผลิต และชื่อที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าอย่างชัดเจน
  • มีคำเตือนตามจริง เช่น ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารหลากหลายครบห้าหมู่ และคำเตือนสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ใช้ยาประจำ
  • ถ้ามีการโฆษณาสรรพคุณ ควรมีเลขที่ใบอนุญาตโฆษณาขึ้นต้นด้วย “ฆอ.” กำกับ
  • ภาษาที่ใช้สมเหตุสมผล พูดถึงการเป็นตัวช่วยเสริมจากมื้ออาหาร ไม่ใช่ทางลัด

คำถามที่ควรถามคนขายก่อนโอนเงิน

คำถามเหล่านี้ตอบง่ายมากสำหรับคนขายที่ทำถูกต้อง และมักทำให้คนขายที่ไม่ตรงไปตรงมาเปลี่ยนเรื่องหรือหายไปเลย

  1. 1ขอเลขสารบบอาหาร 13 หลักของสินค้าตัวนี้โดยตรง พร้อมรูปฉลากด้านหลังที่อ่านได้ชัด
  2. 2ผลิตที่โรงงานไหน ชื่อและที่อยู่อะไร มีมาตรฐานการผลิตอะไรรองรับ
  3. 3ส่วนประกอบสำคัญมีปริมาณเท่าไรต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  4. 4มีสารหรือสมุนไพรตัวไหนที่ห้ามใช้ร่วมกับยาประจำตัวบ้าง
  5. 5คนกลุ่มไหนที่ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้
  6. 6ถ้าใช้แล้วมีอาการไม่พึงประสงค์ ติดต่อใครได้ และมีนโยบายอย่างไร

ถ้าคำตอบที่ได้คือ “ปลอดภัย 100% ทุกคนกินได้” ให้ถือว่าเป็นคำตอบที่ผิด เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่เหมาะกับทุกคน คนขายที่รู้จริงจะกล้าบอกข้อจำกัดของสินค้าตัวเอง

สรุป

การเพิ่มน้ำหนักที่ยั่งยืนมาจากพลังงานและโปรตีนที่พอเพียง การนอน และการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน อาหารเสริมเป็นได้แค่ตัวช่วยเสริมเมื่อมื้อหลักยังไม่พอ ไม่ใช่ตัวหลัก ดังนั้นก่อนจะเลือกยี่ห้อไหน ให้เริ่มจากการคัดสิ่งที่อันตรายออกก่อน คือเช็คเลข อย. ให้ตรงกับชื่อสินค้าจริง อ่านฉลากให้ครบ และปฏิเสธทุกสินค้าที่รับประกันผลลัพธ์เป็นตัวเลข

ถ้าพบผลิตภัณฑ์ที่น่าสงสัยว่าลักลอบผสมยา หรือโฆษณาเกินจริง สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556 การแจ้งหนึ่งครั้งช่วยให้คนอื่นไม่ต้องเสี่ยงแบบเดียวกัน และหากมีโรคประจำตัว กำลังใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

แหล่งอ้างอิง

  1. 1.ระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต (ตรวจเลขสารบบอาหารด้วยตัวเอง)สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  2. 2.ข่าวเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพและผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบใส่ยาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  3. 3.กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับอาหาร (พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522)กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความรู้สุขภาพ

ผอมกรรมพันธุ์ คืออะไร แก้ได้ไหม? เข้าใจสิ่งที่ยีนกำหนด และสิ่งที่ยังเปลี่ยนได้

ผอมกรรมพันธุ์คืออะไร ยีนมีผลกับการเผาผลาญและความอิ่มมากแค่ไหน ทำไมคนที่มีแนวโน้มผอมยังเพิ่มน้ำหนักได้ พร้อมวิธีแยกจากภาวะผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์

โภชนาการ

EAAs และ BCAAs คืออะไร ต่างกันอย่างไร? เข้าใจกรดอะมิโนจำเป็นแบบครบ

EAA คือกรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ส่วน BCAA คือ 3 ชนิดในกลุ่มนั้น บทความนี้อธิบายความต่าง บทบาทของลิวซีน และแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนครบถ้วน

ความรู้สุขภาพ

กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เกิดจากอะไร? 7 สาเหตุที่คนผอมมักมองข้าม

รวม 7 สาเหตุที่ทำให้กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ตั้งแต่การกินน้อยกว่าที่คิด ระบบเผาผลาญ ไปจนถึงสัญญาณโรคที่ต้องพบแพทย์ พร้อมวิธีสังเกตตัวเองเบื้องต้น

สนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Multi Xtra Plus?

วิตามินรวม 28 ชนิด ทั้งวิตามินและกรดอะมิโนจำเป็น เลขสารบบอาหาร 73-1-11365-5-0553

LINE